Saturday, September 03, 2011

กลับมาใหม่ ด้วยหัวใจอันเติบโต

ฉันหายไปนานเหลือเกิน ถึงแม้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่เดิม ทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆทุกวัน

แต่ก็ไม่ได้เป็นชีวิตที่น่าเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว


สองปีแล้ว ที่ร้าน "จ๊าง" เติบโตขึ้นมา มียิ้มบ้าง เศร้าบ้าง แต่ยังไม่ล้มลุกคลุกคลาน

เทียบกับเด็ก ก็เป็นเด็กที่กำลังเดินซอกแซกหาของเล่น แต่รายรอบมีผู้ใหญ่ใจดีที่คอยอุ้มชูช่วยเหลือ

บางทีหกล้มบ้าง แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ทิ้งให้เป็นแผลถลอกเพียงลำพัง เป่าแผลทายาให้เดี๋ยวก็หาย


มาปีนี้ รอบข้างมีการเปลี่ยนแปลง เราก็ได้แต่หวังว่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

ความหวังอันสดใส ย่อมดีกว่าความหวังที่มืดมนไม่ใช่หรือ


ไม่เกินเดือนหน้า หรือเดือนนู้น ทางฝั่งอมารีก็จะรื้อถอนทั้งหมด

แล้วเริ่มสร้างโครงการใหม่ๆขึ้นมาแทนโรงแรมเดิม

และอีกไม่กี่สิบปี ก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำ

โรงแรมอมารี ก็จะเหลือเพียงภาพความทรงจำสีจางๆ

ที่มีเพียงภาพถ่าย เอาไว้เตือนว่านี่เคยเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่


ความตั้งอยู่ มักจะจบลงด้วยการดับไป

เราเป็นเพียงฝุ่นเล็กๆที่ดันทำอะไรใหญ่เกินตัว

เพราะฉะนั้น การเฝ้ามองบางสิ่งบางอย่างหายไปกับตา

ก็ย่อมเป็นการเฝ้ามองธรรมชาติของการดับสูญ


ขึ้นอยู่กับว่า เราจะทำความเข้าใจกับมันหรือไม่

หรือเรายังจะไม่ยอมทำความเข้าใจกับมันซะที


ภาพบางภาพ อาจสวยกว่าเมือเป็นภาพในความทรงจำ

แต่บางภาพอาจดูสวยในปัจจุบัน

แต่สำหรับฉัน

อยากมองภาพทุกภาพไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

ให้เป็นภาพที่สวยงามเสมอ


ไม่ยากนี่นา......






Saturday, October 03, 2009

4 เดือนแร้น

เผลอแป้บเดียว ร้าน "จ๊าง" เปิดมาสี่เดือนแล้ว เร็วจริง
ช่วงนี้มีความสุขกับการเฝ้าร้านซะเหลือเกิน
มองไปทางไหนก็ร้านเรานี่หว่า
อิอิ แต่จะให้ดีน่าจะขายได้มากกว่านี้อีกนิดส์

เมื่อคืนขนาดนอนยังฝันว่าจัดร้านอยู่เลย

เมื่อวานพระวรชายา ฯ เสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์ที่ซอย 1
ตัวจริงน่ารักดี ดูเป็นกันเอง คุณองครักษ์และคุณข้าหลวงไม่ได้แต่งตัวยูนิฟอร์ม
แต่พากันแต่งตัวแบบสบายๆ ฝนตก พระองค์ทีฯ ไม่ได้มาด้วย
แอบอยากเห็นเล็กน้อย
พอเรายกมือไหว้ ท่านก็ยกมือรับไหว้ แถมรับไหว้ทุกคนในซอยอันยาวเหยียด

ข้อดีของการอยู่ซอยนี้ ก็คือได้เห็นคนดังเยอะดีแฮะ
เห็นทีมันก็น่าตื่นเต้นดี ขนาดตอนเช้าเจอดาราสองคน ที่เป็นพิธีการรายการคันปากกับอีกคนที่แสดงเป็นคุณแม่นางร้ายในละครช่องสาม ขอโต้ดตี จำชื่อไม่ได้
เจอพี่ผู้ใหญ่ลีด้วย และเจอมาริโอ้ น้องกุ้บกิ้บ น้องกิ๊บซ๊่ และอื่นๆ ที่จำชื่อได้ไม่หมด
แอบคิดกลับกันไม่ได้ว่า เป็นคนธรรมดาน่าจะดีกว่า เพราะถ้าเป็นดาราหรือคนดังไปไหนก็มีแต่คนวิ่งมาดู
ถ้าไม่วิ่งมาดูก็จะชี้ชวนกันชมแบบแอบๆ ถ้าเป็นเราคงรู้สึกแปลกๆน่าดูเหมือนกันนะ

วันนี้ร้านเงียบๆ มีเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเชียงใหม่
ไม่รู้ใครจะได้ แต่ไม่ว่าใครจะได้ ก็ไม่มีใครกล้าแก้เรื่องการจราจรในเชียงใหม่อยู่แล้ว
เฮ้อ... ปัญหาโลกแตก รถแดงครองเมือง

Thursday, September 24, 2009

ในที่สุด รูปแรกมันก็เสร็จซะที หุหุ

คนเราถ้าจะทำอะไรซะอย่าง มันก็ทำได้นี่นา
ไอ้ที่ทำไม่เสร็จ ก็เป็นเพราะหาข้ออ้างให้ตัวเองต่างๆนานา
ว่าไม่มีเวลามั่ง ไม่มีอารมณ์มั่ง ไม่มีอุปกรณ์มั่ง
จริงๆแล้วมีทุกอย่างน่ะแหละ ยกเว้นความพยายาม

สองสามวันก่อน ความพยายามมาจากไหนก็ไม่รู้
อยู่ดีๆผีพยายามเข้าสิงซะงั้น
วาดรูปที่ค้างคามาเป็นปี ปื้ดไปปื้ดมา
เสร็จเมื่อวานตอนเย็น

ดีใจ เลยฉลองด้วยพิซซ่า ha ha ha
หาข้ออ้างไปกินอีกแระ
แต่ขอบอก พิซซ่าเปิดใหม่ตรงซอย 5 อร่อยมากกกกกกกกกก
โดยเฉพาะขนมปังกระเทียมหน้าแฮมและชีส
ชีสหนุบหนับ อร่อยเหลือหลาย
เหมาะสำหรับคนชอบชีส ที่สำคัญ ราคาถูกกว่าพิซซ่าตามห้างอีกด้วยหล่ะ
แต่แหม... งานนี้ไม่น่าเรย น้ำหนักขึ้นอีกแน่ตรู....
T_T

Wednesday, September 23, 2009

วาดต่อไป


นั่งเฝ้ารูปดอกบัวมาเกือบปีแล้ว
วาดยังไงก็ไม่เสร็จสักที
เจ้าของรูปทวงแล้วทวงอีก
อิอิ

ศิลปินมีสัจจะ แต่นานหน่อย

เซตดอกบัวนี้จะมีด้วยกัน 3 รูป
สำหรับติดฝาผนังบ้านผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
แหะๆ เพิ่งได้วาดรูปแรกอยู่เรย
วันนี้ได้ฤกษ์ วาดรูปแรกได้ 90 เปอร์เซนต์แระ
เนื่องจากร้านเงียบมากกกกกกกกกกกก
หลังจากแก้งสาวฮ่องกงมาซื้อของแล้วก็เงียบซะ
เลยมีเวลาโอ้ลั้นลากับดอกบัว

แล้วก็มีลูกค้าท่านหนึ่ง ฝาหรั่งสาวมาจากฮอลแลนด์
มานั่งจ้องอีฉันวาดรูป ยังผลให้ต้องซื้อโปสการ์ดไป หุหุ
แถมมีขอให้อีฉันเซนชื่อให้ด้วยหล่ะ
รู้สึกเหมือนเป็นเซเลปไงงั้น
อิอิ
หัวใจพองโต

เงียบต่อซะงั้น
กรู

Monday, September 21, 2009

กรุงเทพฯ เพื่อนรัก และงานแต่งงาน

"เรามาเป็นเพื่อนกันนะ" ประโยคคำถามเชิงบังคับขืนใจ ใช้กับ

"แนน" ไอ้เด็กหน้ากลมผมเปีย เพื่อนรักเมื่อสมัยเข้า ม. 4 เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว นานพอดู

เพื่อนรักที่นั่งติดกันตอน ม. 4 - ม. 5 หน้าสุดของห้อง เพราะเป็นจุดที่อีฉันหลับได้เนียนที่สุด

โดยมีแนนเพื่อนรักเป็นต้นทางให้ แต่เสียดาย

ม. 6 ของอีฉันหายไป เพราะสลิดสอบติดมหาลัยได้ก่อนวันอันควร

แนนเพื่อน love ไม่รู้นั่งกับใคร คงไม่เหมือนฉันหรอกนะแก

เพราะคงไม่มีใครหลับไปเรียนไปเหมือนฉันได้

รู้ตัวอีกที ปี 2552 ไอ้แนนประกาศกร้าว ว่าจะแต่งงาน

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

งานนี้ดีใจประหนี่งว่าแต่งซะเอง 55 แฟนเพื่อนคือแฟนเรา แฟนเราคือแฟนใคร? เอ่อ T_T

เตี๊ยมกันกับเพื่อนนุ่น เพื่อนนิ่ม ขาดก็แต่เพื่อนหยิน ที่ใช้ชีวิตอยู่เมืองนางฟ้า ณ L.A.

เสื่้อผ้าหน้าผมพร้อม สุขใจมากค่ะ

จองเรือเหาะล่วงหน้าตั้งแต่เดือนมิถุนายน

วันแต่งเพื่อนเราสวยซะจิง เจ้าบ่าวก็หน้าใสซะ

ดีใจเพื่อนเราเป็นฝั่งเป็นฝา (ฝากระดาน)

ตอนเข้าพิธีในโบสถ์ แอบซึ้ง น้ำตาซึมเล็กน้อย

พิธีใกล้เสร็จ ก็มาเป็นเด็กเสริฟ์น้ำนอกโบสถ์ แอบจับดอกไม้เจ้าสาวเอาเคล็ดเล็กน้อย

เนื่องจากที่ผ่านมา ได้ดอกไม้เจ้าสาวมาตลอดอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้มีผลใดๆกับชีวิตทั้งสิ้น

เลยกะว่าแอบๆจับลับๆล่อ น่าจะเวิร์ค เอาน่า ไม่เวิร์คครานี้ เอาไว้งานหน้าหาวิธีใหม่ เช่นตีลังการับดอกไม้ หรือไม่ก็โรยตัวจากฟ้ามารับ เป็นต้น

ไม่ได้ผลให้มันรู้ไป หกสิบปียังไม่สายนะกู

ตอนบ่าย พิธีจัดที่โรงแรม ปาร์ค นายเลิศ เพื่อนเราไฮโซน่าดู

เพื่อนๆ หนุกหนานกับการแต่งตัว แข่งกันสวย เจ้าสาวก็อยู่ส่วนเจ้าสาว

ส่วนอีฉัน สวยอยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งอะไรมาก ช่วยไม่ได้นี่นะ สวยโดยธรรมชาติเนี่ย

แต่งตัวเสร็จ เจ้าสาวเจ้าบ่าว จัดพิธีรดน้ำ เพื่อนเจ้าสาวแต่งตัวสวย ไปเตรียมหน้างาน ตามความต้องการของเจ้าสาว

ที่อยากให้มีลูกบอลไฟ เอ้ย ไม่ใช่ โคมไฟเล็กๆ น่ารักวิบวับ ริมทางเดินเข้างาน

จุดเทียนสร้างบรรยากาศโรแมนติกซะ

เพื่อนเจ้าสาวทุ่มสุดตัว แต่มีข้อแลกเปลี่ยน คือจ้างวานพนักงานโรงแรมให้ลำเลียงอาหารให้เพื่อนเจ้าสาวไม่อั้น หลังโต๊ะรับแขก

กองทัพเดินได้ด้วยท้อง หึ หึ

ปาร์คนายเลิศ อาหารอร่อยมั่กๆ

เพื่อนนุ่นโซ้ยคาโบนาร่าไปซะ 3 ชุด และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ

ส่วนเพื่อนนิ่มก็กินแต่พองาม ตา ขากลับเดินลำบาก อิ่ม

เพื่อนใหม่ชื่อเหมียว ฮาขนาด กินทุกอย่าง ทำทุกอย่างที่บอกให้ทำ ไม่น่าเจี้อ

ส่วนอีฉัน กินนู่นนิดนี่หน่อย ตามประสาผู้ดีเก่าเจ้าคุณพ่อสอนมาดี นู่นนี่ก็อร่อย กลับโรงแรมไปโซ้ยมาม่าต่อ

ท้องยุ้งพุงกระสอบจิงๆ

เพื่อนเราเป็นฝั่งเป็นฝาไปแระ รอนับวันให้เห็นหลานตัวน้อยๆ อีฉันจะจองตำแหน่ง พี่ ห้ามเรียกป้า

ไม่เชื่อคอยดู๊

วันถัดไป หลังจากนอนขึ้นอืดพักผ่อนหนึ่งคืน ได้เวลาหรรษา พาเพื่อนทั้งสองทัวร์ทั่วกรุง

ไฮโซอย่างเราๆ ก็ต้องนี่เลย ไปช้อปกระจายที่โซโหกรุงเทพ จตุจักรค่ะ เดินมันซะทั่ว ขาขวิดยังน้อยไป

คุณเพื่อนนุ่นช้อปไปบ่นไป แต่ก็ซื้อของกระจาย ส่วนมากซื้อไปฝากคนนู้นคนนี้ ของให้ตัวเองแทบจะไม่มี

ส่วนเพื่อนนิ่มก็นิ่มนวลสมชื่อ ช้อปน้อยๆ ช้อปแต่พองาม แต่ของก็เยอะใช้ได้

อีฉันก็เป็นประเภท ดูอย่างเดียว ซื้อบ้างแต่ส่วนมากแอบจำ เอาไปทำเอง

แต่ก็ได้ของมาโขอยู่

เดินจตุจักรเสร็จ จะไปที่อื่นก็ใช่ที่ ไฮโซอย่างเราก็เลยไปกันต่อที่ วอเตอร์เกทช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า ประตูน้ำ

อาหารกลางวันก็ข้าวมันไก่ประตูน้ำ และหมูสะเต๊ะลือชื่อคร่า

งานนี้ช้อปกระจายอีกแล้วค่ะ ซื้อของพอให้หอบหิ้วกันพะรุงพะรังแล้วก็ไปนั่งเรือค่ะ ไฮโซสุดๆ อารมณ์ประมาณล่องเรือกอนโดล่าแล้วมีมิวสิคประกอบคร่า

แต่ความเป็นจริง นั่งเรือเร็วไปตามคลองแสนแสบคร่า น้ำคลองเป็นสีนิล แปลว่าสีดำค่ะ เรือแล่นทีต้องมีผ้าใบกันไม่ให้น้ำสีนิลกระเด็นมาโดนเนื้อตัวค่ะ

ที่สำคัญ พานั่งหลงด้วยหล่ะ จะไปพาหุรัด ถามทางจากเด็กร้านข้าวมันไก่ ปรากฏว่าขึ้นผิดท่า เลยต้องนั่งแท้กซ๊่ไป

ทริปนี้เลยกลายเป็นทริปสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก

ไปถึงสำเพ็ง เดินดูร้านเค้าปิดร้านกัน สนุกดี แล้วก็เดินขาลากลิ้นห้อยกันมากินข้าวที่ไชน่าทาวน์ เยาวราช

กินก๋วยเตี๋ยวจานร้อน อร่อยดีใช้ได้ จากนั้นก็นั่งแท้กซ๊่ไปสนามบิน เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นคนไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมมาให้

เรือเหาะดีเลย์ไปหนึ่งชั่วโมง เลยอ่ะ แนนกับพี่กบมาส่งที่สนามบิน ช่างน่ารักเสียกระไร

เรื่องดีๆที่ทำให้อิ่มใจมีอยู่รอบตัวเราหล่ะเนอะ

วันนี้ชีวิตกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เปิดร้านตามปกติ หายใจเป็นปกติ สวยเป็นปกติ และโสดเป็นปกติ 555



เจ้าสาว
แก้งค์เพื่อนเจ้าสาว



หนุ่มเหลือน้อยและเพื่อนเจ้าสาว









เจ้าสาวเดินมาแต่งงาน





เจ้าสาวกับคุณพ่อ รอเดินมาทำพิธี






เจ้าสาวตื่นเต้น







เจ้าสาวกับเจ้าบ่าว




ป.ล. กล้องถ่ายรูปมันปัญญาอ่อนมากๆ ถ่ายได้รวนเรดีเหลือเกิน มันน่าโยนทิ้งเจงๆ











Friday, August 07, 2009

ช่วงนี้บรรยากาศเงียบเหงา ฝนทำท่าจะตกจะตก ก็ไม่เห็นตกสักที
เฝ้าร้านทุกวันเลย ดูละครย้อนยุคไปเรื่อยๆ
ทำงานไป ดูละครไป หนุกดีแฮะ
คือหัตถาครองภิภพ สมัยจารุณีกับปรียานุช ปานประดับแสดงนำ
สนุกมากกกกกกกกกก
คิดว่าเป็นหนึ่งในละครอมตะของไทย
อิอิ



แมวสองตัวนี้นอนได้ทุกที่ ขอให้ได้นอน





ช้างในรูปเป็นช้างในร้านอ่ะ สวยดีเนอะ 555




Sunday, June 28, 2009

เปิดแล้วจ้าาาาาา

ร้านเปิดได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว เย้......
ในที่สุดก็เปิดเสียทีเน้อ
โดนโกงไปหลายอยู่ แต่เรื่องไม่ดีเราไม่พูดดีกว่า
กรรมใครกรรมมัน
ไอ้คนที่โกงเรา ตอนนี้คงอยู่ไหนไม่ได้ เพราะโกงไปหลายคน
ตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ
แต่อีฉันน่ะ นางฟ้าชาร์ลีเห็นๆ
อีฉันอภัยให้เน้อ โหสิๆ จะได้ไม่ตามไปผูกเวรกันชาติหน้าชาติไหน ไม่อยากเจออีกแล้ว

มาว่าเรื่องร้านดีกว่า
วันศุกร์ที่แล้ว นิมนต์หลวงตุ๊ลุงมาเจิมร้านให้เป็นศิริมงคล ชื่อตุ๊ลุงก็ดี๊ ดี
ชื่อพระครูศิริมงคลวัตร
ญาติๆมาเต็มเลย อบอุ่น บ้านเราซะอย่าง คนละไม้คนละมือ
เสร็จพิธีสงฆ์ก็ถึงพิธีฆราวาส ทำหนมจีนน้ำเงี้ยวแบบเหนือๆ กับขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้
ประหนึ่งว่าให้ร้านอิฉันโด่งดังตั้งแต่ขั้วโลกเหนือถึงขั้วโลกใต้ซะงั้น

วันเสาร์เริ่มเปิดร้านขายครั้งแรก ขายมันทั้งๆที่ยังมีของไม่เต็มซะงั้น
แต่ก็ยังขายได้แฮะ
เริ่มแน่ใจว่ามาถูกทาง
แต่หลังจากนั้นทั้งอาทิตย์ ขายได้แต่ยาดม
อืมมม ทนเอา

เมื่อวานเพื่อนิ่มมาเทรนการขายให้
มันเป็นมืออาชีพเจงๆ
แขกเข้าร้านตอนมันกินหนม
มันกลืนลงคอเฮือก แล้วเด้งยืนตรงมือกุมเป้า
สวัสดีเชิญค่ะ
ค่าาาาา มันอยู่ในจิตวิญญาณ