ร้านเปิดได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว เย้......
ในที่สุดก็เปิดเสียทีเน้อ
โดนโกงไปหลายอยู่ แต่เรื่องไม่ดีเราไม่พูดดีกว่า
กรรมใครกรรมมัน
ไอ้คนที่โกงเรา ตอนนี้คงอยู่ไหนไม่ได้ เพราะโกงไปหลายคน
ตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ
แต่อีฉันน่ะ นางฟ้าชาร์ลีเห็นๆ
อีฉันอภัยให้เน้อ โหสิๆ จะได้ไม่ตามไปผูกเวรกันชาติหน้าชาติไหน ไม่อยากเจออีกแล้ว
มาว่าเรื่องร้านดีกว่า
วันศุกร์ที่แล้ว นิมนต์หลวงตุ๊ลุงมาเจิมร้านให้เป็นศิริมงคล ชื่อตุ๊ลุงก็ดี๊ ดี
ชื่อพระครูศิริมงคลวัตร
ญาติๆมาเต็มเลย อบอุ่น บ้านเราซะอย่าง คนละไม้คนละมือ
เสร็จพิธีสงฆ์ก็ถึงพิธีฆราวาส ทำหนมจีนน้ำเงี้ยวแบบเหนือๆ กับขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้
ประหนึ่งว่าให้ร้านอิฉันโด่งดังตั้งแต่ขั้วโลกเหนือถึงขั้วโลกใต้ซะงั้น
วันเสาร์เริ่มเปิดร้านขายครั้งแรก ขายมันทั้งๆที่ยังมีของไม่เต็มซะงั้น
แต่ก็ยังขายได้แฮะ
เริ่มแน่ใจว่ามาถูกทาง
แต่หลังจากนั้นทั้งอาทิตย์ ขายได้แต่ยาดม
อืมมม ทนเอา
เมื่อวานเพื่อนิ่มมาเทรนการขายให้
มันเป็นมืออาชีพเจงๆ
แขกเข้าร้านตอนมันกินหนม
มันกลืนลงคอเฮือก แล้วเด้งยืนตรงมือกุมเป้า
สวัสดีเชิญค่ะ
ค่าาาาา มันอยู่ในจิตวิญญาณ
Sunday, June 28, 2009
Tuesday, May 26, 2009
ไม่ดีมั่ง ดีมาก
ช่วงนี้กรอบมากค่ะ ใครก็ตามเอานิ้วจิ้ม อีฉันอาจล้มตึงได้ง่ายๆ
เพราะจ่ายตังค์เยอะสวนกับรายรับซะงั้น
แนวมากๆ ชอบทำอะไรสวนกระแส
ร้านในฝันมีรายจ่ายเพิ่มมาอีกแระ คงต้องติดแอร์ใหม่
หลายหมื่น.... ก๊ากกกกกกก
ลงทุนเพื่ออนาคต
ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องการเงิน
ยังมีเรื่องน่ายินดีแฝงอยู่ เพราะช่วงนี้เช่นกัน
ไอเดียมันบรรเจิดยังไงก็ไม่รู้
มีเวลามานั่งออกแบบนู่นนี่นั่น เป็นสินค้าไว้ขายซีคะ
ปกติคิดไม่ค่อยออก แต่คราวนี้มากันเป็นโขยงโขลงใหญ่
ดีค่ะดี ....
บางอันลงมือทำแล้ว บางอันยังอยู่ในสมุดร่างเละเทะอยู่เรย
ถึงขนาดว่า เดินผ่านตอไม้ แล้วหมุนกลับมา เห็นงานศิลปะอยู่ในตอไม้
ขนาดนั้นเรย...
เพ้อเจ้อใช้ได้....
จบข่าว
เพราะจ่ายตังค์เยอะสวนกับรายรับซะงั้น
แนวมากๆ ชอบทำอะไรสวนกระแส
ร้านในฝันมีรายจ่ายเพิ่มมาอีกแระ คงต้องติดแอร์ใหม่
หลายหมื่น.... ก๊ากกกกกกก
ลงทุนเพื่ออนาคต
ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องการเงิน
ยังมีเรื่องน่ายินดีแฝงอยู่ เพราะช่วงนี้เช่นกัน
ไอเดียมันบรรเจิดยังไงก็ไม่รู้
มีเวลามานั่งออกแบบนู่นนี่นั่น เป็นสินค้าไว้ขายซีคะ
ปกติคิดไม่ค่อยออก แต่คราวนี้มากันเป็นโขยงโขลงใหญ่
ดีค่ะดี ....
บางอันลงมือทำแล้ว บางอันยังอยู่ในสมุดร่างเละเทะอยู่เรย
ถึงขนาดว่า เดินผ่านตอไม้ แล้วหมุนกลับมา เห็นงานศิลปะอยู่ในตอไม้
ขนาดนั้นเรย...
เพ้อเจ้อใช้ได้....
จบข่าว
Monday, May 25, 2009
ก่อร่างสร้างร้าน 3
ร้านยังไม่เสร็จเลย แง......
วันนี้ชะโงกไปดูนิดนึง แต่เข้าไม่ได้ เพราะกำลังเทพื้นปูนขัดมันเป็นการใหญ่
ส่วนที่บ้านก็ทำชั้นรอไว้แระ สนุกดี ทำสีเอง 555
เกิดมาเก่งซะงั้น
ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ยกเว้นมีเรื่องเซ็งเล็กน้อยเรื่องไฟ
ร้านที่ซื้อโคมไฟมา ไม่รับผิดชอบเลย
เราซื้อไฟไปหลายชุด หมดไปเกือบหมื่น นัดรับของวันพฤหัสที่ผ่านมา
แต่เค้าโทรมาเลื่อนว่าของมาไม่ทัน ของมาวันเสาร์ เราก็บอกให้โทรบอก
เค้าบอกก็จะโทร
พอวันเสาร์ มัววุ่นๆ ใจก็นึกว่ามันไม่โทรมาสักทีหว่า จนลืม
พอเกือบห้าโมง เจ้าของร้านโทรมา หาว่าไม่มาเอาไฟแล้วเหรอ...
ไอ้เวล...เมิงโทรมาตอนจะห้าโมงเย็นเนี่ยนะ พระรามที่ไหนจะเหาะไปเอาทัน
มันบอกไม่เป็นไร มันพักอยู่นี่อยู่แล้ว พรุ่งนี้มาเอาก็ได้ โทรเรียกได้เลย
พอวันอาทิตย์ โทรไปตามเบอร์ที่มันให้มา มีผู้หญิงรับสาย บอกว่าร้านปิด ไม่มีใครอยู่ เฮียไม่สบาย......
เซ็งค่ะ อีฉันเซ็ง นึกในใจ ครั้งเดียวครั้งสุดท้ายสำหรับร้านนี้ค่า
พอวันจันทร์ อีฉันไม่มีทางไปเอาด้วยตัวเองหรอกค่า น้องสาวไปแทน
ขากลับชีเมาท์ ไอ้เจ้าของร้านไม่มีแม้แต่คำขอโทษ หรือเหลือบสายตามามอง
ค่า.....
อย่าหวังจะได้รับประทานเงิน (อันน้อยนิด) ของอีฉันอีกเลยยยยยยยยยยย เพี้ยง
และอีฉันจะบอกต่อ..ให้ประชาชนรู้กัน สาวแก่แค้นฝังหุ่น
เพิ่งจ่ายเงินเสร็จหมาดๆ ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
หน้าร้านตรงที่มีแอร์เก่าอยู่
ในร้านมองจากด้านนอกเข้าไปด้านใน
วันนี้ชะโงกไปดูนิดนึง แต่เข้าไม่ได้ เพราะกำลังเทพื้นปูนขัดมันเป็นการใหญ่
ส่วนที่บ้านก็ทำชั้นรอไว้แระ สนุกดี ทำสีเอง 555
เกิดมาเก่งซะงั้น
ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ยกเว้นมีเรื่องเซ็งเล็กน้อยเรื่องไฟ
ร้านที่ซื้อโคมไฟมา ไม่รับผิดชอบเลย
เราซื้อไฟไปหลายชุด หมดไปเกือบหมื่น นัดรับของวันพฤหัสที่ผ่านมา
แต่เค้าโทรมาเลื่อนว่าของมาไม่ทัน ของมาวันเสาร์ เราก็บอกให้โทรบอก
เค้าบอกก็จะโทร
พอวันเสาร์ มัววุ่นๆ ใจก็นึกว่ามันไม่โทรมาสักทีหว่า จนลืม
พอเกือบห้าโมง เจ้าของร้านโทรมา หาว่าไม่มาเอาไฟแล้วเหรอ...
ไอ้เวล...เมิงโทรมาตอนจะห้าโมงเย็นเนี่ยนะ พระรามที่ไหนจะเหาะไปเอาทัน
มันบอกไม่เป็นไร มันพักอยู่นี่อยู่แล้ว พรุ่งนี้มาเอาก็ได้ โทรเรียกได้เลย
พอวันอาทิตย์ โทรไปตามเบอร์ที่มันให้มา มีผู้หญิงรับสาย บอกว่าร้านปิด ไม่มีใครอยู่ เฮียไม่สบาย......
เซ็งค่ะ อีฉันเซ็ง นึกในใจ ครั้งเดียวครั้งสุดท้ายสำหรับร้านนี้ค่า
พอวันจันทร์ อีฉันไม่มีทางไปเอาด้วยตัวเองหรอกค่า น้องสาวไปแทน
ขากลับชีเมาท์ ไอ้เจ้าของร้านไม่มีแม้แต่คำขอโทษ หรือเหลือบสายตามามอง
ค่า.....
อย่าหวังจะได้รับประทานเงิน (อันน้อยนิด) ของอีฉันอีกเลยยยยยยยยยยย เพี้ยง
และอีฉันจะบอกต่อ..ให้ประชาชนรู้กัน สาวแก่แค้นฝังหุ่น
เพิ่งจ่ายเงินเสร็จหมาดๆ ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
หน้าร้านตรงที่มีแอร์เก่าอยู่
ในร้านมองจากด้านนอกเข้าไปด้านใน.
.
ช่วงนี้ตาแก่ไปเข้าค่ายเพื่อสุขภาพ ล้างพิษ บำบัดโรค
ไปได้สองวันแล้ว เหลืออีกประมาณ 5 วันจะหมดคอร์ส
โทรมารายงานผลทุกวัน น่าสงสาร น่าเห็นใจซะจริง
จากคนที่กินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินได้ทุกอย่างตั้งแต่บนดินจนถึงบนฟ้า
ต้องมากินน้ำใบย่านางคั้นเองทุกมื้อ ตามด้วยผลไม้ และอาหารจากธรรมชาติล้วนๆ
ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง มีแค่สองรส คือ รสจืด และจืดกว่า
เรื่องกินก็น่าสงสาร เรื่องอื่นที่น่าสงสารกว่าก็มี คงเรื่องทำ DETOX
โอ้...โน้....
เห็นบอกว่าติดใจ.......ไม่พูดดีกว่า ปล่อยให้ชะตาพาไป
แต่ที่บอกว่าดีขึ้น คืออาการปวดตามข้อหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ดีใจแทน.....แถมคาดว่าหน้าจะผ่องขึ้น เพราะมีคอร์สพอกหน้า นวดหน้าด้วย
เอ๊ะ แปลกๆ
อีกห้าวันรู้กัน......................
จบข่าว
Sunday, May 17, 2009
มารู้จักโรค Multiple Sclerosis
อันนี้ก้อปมาจากเวปของ VOA News
http://www.voanews.com/thai/archive/2007-08/2007-08-03-voa6.cfm?moddate=2007-08-03
เกี่ยวกับโรคที่คุณนงเยาว์กำลังเผชิญอยู่ เผื่อใครสนใจอ่านดูนะจ๊ะ
โรค Multiple Sclerosis หรือที่เรียกย่อๆ ว่า MS นั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นเนื่องจากระบบภูมิต้านทานของคนเราโจมตีตัวเอง โดยทำงานผิดพลาดไปโจมตีส่วนกันคลื่นไฟฟ้าของเนื้อเยื่อประสาทเข้า
MS เป็นโรคเรื้อรัง มีผลต่อประสาทในสมอง ไขสันหลัง และส่วนอื่นๆ ของระบบประสาทในสมองส่วนกลาง นักวิจัยพยายามมานาน 30 ปีแล้วว่า อะรเป็นสาเหตุของโรค Multiple Sclerosis ซึ่งคนในสหรัฐเป็นกันราว 3 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในวัย 20 กว่าๆ ถึง 40 กว่าๆ
มาในปี 2533 นักวิจัยคนหนึ่งพบว่า ผู้ป่วยโรคนี้มีเซลในระบบภูมิต้านทานที่ติดตามทำลายเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อโรคอื่นๆ ทำงานแข็งขันเกินกว่าเหตุ ซึ่งทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้นมา และทำลายเนื้อเยื่อคุ้มกันโดยรอบเซลประสาทในระบบประสาทส่วนกลางที่ต่อกับสมองและร่างกาย สภาพการดังกล่าว เมื่อเกิดขึ้นเรื่อยๆ อาจค่อยๆ ทำให้เซลประสาทที่กล้ามเนื้อเสียหาย และทำให้กล้ามเนื้อที่แขนและขาอ่อนแอ และอาจทำให้มีปัญหาทางสายตาหรือการมองเห็นด้วย
แต่สิ่งที่แพทย์และนักวิจัยไม่ทราบกันก็คือ เพราะอะไรเซลระบบภูมิต้านทานเหล่านั้นจึงเกิดความไวผิดปกติ ในการติดตามโจมตีต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ นักวิจัยพยายามหาคำตอบว่าเป็นเพราะเชื้อไวรัสใช่หรือไม่ เป็นเพราะโภชนาการ หรือการได้รับสารอาหารบางอย่างน้อยเกินไป หรือมากเกินไปหรือไม่ หรือว่าเป็นเพราะยีน หรือเชื้อพันธุ์ที่ไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานให้ทำงานผิดปกติ หรือว่าเป็นเพราะสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้รวมกันเป็นสาเหตุ
นักวิจัยเข้าใจว่าส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะสภาพการณ์ด้านเชื้อพันธุ์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาส่วนที่เกี่ยวข้องด้านเชื้อพันธุ์เพื่อดูว่ามีเชื้อพันธุ์ตัวไหนบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อประสาทดังกล่าว และเชื้อพันธุ์นั้นมีความผิดปกติอย่างไรรือไม่ จากการศึกษานานหลายปี มาตอนนี้นักวิยาศาสตร์อย่างน้อย 3 คณะต่างพบความผันแปรของเชื้อพันธุ์บางอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคนี้ แม้จะทำงานต่างหากจากกัน แต่ก็พบยีน หรือเชื้อพันธุ์ตัวเดียวกัน ที่นักวิจัยเชื่อกันว่าจะเปิดช่องทางใหม่สำหรับการศึกษาเพื่อหาสาเหตุ และวิธีการบำบัดรักษาโรคนี้ต่อไป นักวิทยาศาสตร์เรียกเชื้อพันธุ์ที่พบนั้นว่า IL2 และ IL7 ซึ่งเป็นสารโปรตีนซึ่งเป็นตัวจัดการการทำงานของเซลในระบบภูมิต้านทานของร่างกาย แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าคนที่มีเชื้อพันธุ์ดังกล่าวในรูปแบบเฉพาะรูปแบบหนึ่งจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค Multiple Sclerosis เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซนต์
นักวิจัยเชื่อว่าสารโปรตีนดังกล่าวเป็นระบบโยงใยของเชื้อพันธุ์หลายตัว ของช่องทางทางเคมีชีวภาพ หากเชื้อพันธุ์ตัวใดตัวหนึ่งบกพร่องไป อาจนำไปสู่การเป็นโรค Multiple Sclerosis ได้ การค้นพบใหม่นี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีช่องทางที่จะศึกษาต่อไปว่า เชื้อพันธุ์ 2 ตัวนั้นมีบทบาทอย่างไรในขั้นตอนดังกล่าว และหวังว่าจะสามารถหาวิธีบำบัดรักษาโรค Multiple Sclerosis ได้ โดยการแก้ไขกระบวนการขั้นตอนที่ผิดปกติในการทำงานของระบบภูมิต้านทานให้ถูกต้องกลับทำงานเป็นปกติ และจะสามารถพัฒนาตัวยาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการบำบัดรักษาโรคนี้
อันนี้เป็นอาการของคนที่ป่วยเป็น MS เล่าอาการของตัวเองให้ฟังใน Youtube
อันนี้อีกอัน เศร้าจัง ดูแล้วน้ำตาหยดแหมะๆ
http://www.voanews.com/thai/archive/2007-08/2007-08-03-voa6.cfm?moddate=2007-08-03
เกี่ยวกับโรคที่คุณนงเยาว์กำลังเผชิญอยู่ เผื่อใครสนใจอ่านดูนะจ๊ะ
โรค Multiple Sclerosis หรือที่เรียกย่อๆ ว่า MS นั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นเนื่องจากระบบภูมิต้านทานของคนเราโจมตีตัวเอง โดยทำงานผิดพลาดไปโจมตีส่วนกันคลื่นไฟฟ้าของเนื้อเยื่อประสาทเข้า
MS เป็นโรคเรื้อรัง มีผลต่อประสาทในสมอง ไขสันหลัง และส่วนอื่นๆ ของระบบประสาทในสมองส่วนกลาง นักวิจัยพยายามมานาน 30 ปีแล้วว่า อะรเป็นสาเหตุของโรค Multiple Sclerosis ซึ่งคนในสหรัฐเป็นกันราว 3 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในวัย 20 กว่าๆ ถึง 40 กว่าๆ
มาในปี 2533 นักวิจัยคนหนึ่งพบว่า ผู้ป่วยโรคนี้มีเซลในระบบภูมิต้านทานที่ติดตามทำลายเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อโรคอื่นๆ ทำงานแข็งขันเกินกว่าเหตุ ซึ่งทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้นมา และทำลายเนื้อเยื่อคุ้มกันโดยรอบเซลประสาทในระบบประสาทส่วนกลางที่ต่อกับสมองและร่างกาย สภาพการดังกล่าว เมื่อเกิดขึ้นเรื่อยๆ อาจค่อยๆ ทำให้เซลประสาทที่กล้ามเนื้อเสียหาย และทำให้กล้ามเนื้อที่แขนและขาอ่อนแอ และอาจทำให้มีปัญหาทางสายตาหรือการมองเห็นด้วย
แต่สิ่งที่แพทย์และนักวิจัยไม่ทราบกันก็คือ เพราะอะไรเซลระบบภูมิต้านทานเหล่านั้นจึงเกิดความไวผิดปกติ ในการติดตามโจมตีต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ นักวิจัยพยายามหาคำตอบว่าเป็นเพราะเชื้อไวรัสใช่หรือไม่ เป็นเพราะโภชนาการ หรือการได้รับสารอาหารบางอย่างน้อยเกินไป หรือมากเกินไปหรือไม่ หรือว่าเป็นเพราะยีน หรือเชื้อพันธุ์ที่ไปกระตุ้นระบบภูมิต้านทานให้ทำงานผิดปกติ หรือว่าเป็นเพราะสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้รวมกันเป็นสาเหตุ
นักวิจัยเข้าใจว่าส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะสภาพการณ์ด้านเชื้อพันธุ์ และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาส่วนที่เกี่ยวข้องด้านเชื้อพันธุ์เพื่อดูว่ามีเชื้อพันธุ์ตัวไหนบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อประสาทดังกล่าว และเชื้อพันธุ์นั้นมีความผิดปกติอย่างไรรือไม่ จากการศึกษานานหลายปี มาตอนนี้นักวิยาศาสตร์อย่างน้อย 3 คณะต่างพบความผันแปรของเชื้อพันธุ์บางอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคนี้ แม้จะทำงานต่างหากจากกัน แต่ก็พบยีน หรือเชื้อพันธุ์ตัวเดียวกัน ที่นักวิจัยเชื่อกันว่าจะเปิดช่องทางใหม่สำหรับการศึกษาเพื่อหาสาเหตุ และวิธีการบำบัดรักษาโรคนี้ต่อไป นักวิทยาศาสตร์เรียกเชื้อพันธุ์ที่พบนั้นว่า IL2 และ IL7 ซึ่งเป็นสารโปรตีนซึ่งเป็นตัวจัดการการทำงานของเซลในระบบภูมิต้านทานของร่างกาย แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าคนที่มีเชื้อพันธุ์ดังกล่าวในรูปแบบเฉพาะรูปแบบหนึ่งจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค Multiple Sclerosis เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซนต์
นักวิจัยเชื่อว่าสารโปรตีนดังกล่าวเป็นระบบโยงใยของเชื้อพันธุ์หลายตัว ของช่องทางทางเคมีชีวภาพ หากเชื้อพันธุ์ตัวใดตัวหนึ่งบกพร่องไป อาจนำไปสู่การเป็นโรค Multiple Sclerosis ได้ การค้นพบใหม่นี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีช่องทางที่จะศึกษาต่อไปว่า เชื้อพันธุ์ 2 ตัวนั้นมีบทบาทอย่างไรในขั้นตอนดังกล่าว และหวังว่าจะสามารถหาวิธีบำบัดรักษาโรค Multiple Sclerosis ได้ โดยการแก้ไขกระบวนการขั้นตอนที่ผิดปกติในการทำงานของระบบภูมิต้านทานให้ถูกต้องกลับทำงานเป็นปกติ และจะสามารถพัฒนาตัวยาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการบำบัดรักษาโรคนี้
อันนี้เป็นอาการของคนที่ป่วยเป็น MS เล่าอาการของตัวเองให้ฟังใน Youtube
อันนี้อีกอัน เศร้าจัง ดูแล้วน้ำตาหยดแหมะๆ
Friday, May 15, 2009
ก่อร่างสร้างร้าน 2
จนถึงวันนี้ ทำสัญญาร้านเรียบโร้ย
แต่ร้านยังไม่เสร็จเรย ..... คนเช่าเดิมก็รื้อประตูกระจกสีๆ และแผงเหล็กไปโม้ดดดด
เหลือแต่ห้องโล่งๆ แถมไม่มีประตู
ย่ำค่ำก็ต้องใช้แผงไม้อัดมากั้นทำเป็นประตู น่าอนาจหนอ
วันนี้จริงๆแล้วช่างต้องมาทำประตูม้วนให้ก่อน
แต่แกโทรมาขอเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ เพราะวันนี้ฝนตก
เอ่อ... ถ้าพรุ่งนี้ตกจะเลื่อนอีกไหมลุง.....
ส่วนด้านในเจ้าของตึกก็ให้ช่างมาเก็บสายไฟ เดินท่อน้ำ ทำพื้น
และอื่นๆ อีกมากมายก่ายกอง
เยอะดี สนุกจัง
คุณนงเยาว์ก็เข้าโรงแรม เอ้ย โรงพยาบาล
นอนหยอดยาไปตามที่หมอกำหนด ปรับสมดุลย์ในร่างกายให้เหมาะสม
เวลาคนถามว่าแม่เป็นอะไรถึงได้เข้าโรงพยาบาล
ก็ต้องบอกว่าเป็นโรค MS คนฟังก็งงต่อไป ว่ามันเป็นโรค ห่_น อะไร
อาการเหมือนโดนไฟช็อตอยู่ตลอดเวลา
บ้างก็สันนิษฐานว่าเป็นเพราะความเครียดหรือเปล่า
บ้างก็ว่าเป็นเพราะอาหารการกินไม่ดีหรือเปล่า
อันนี้หมอก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร
ได้แต่ติดตามงานวิจัยใหม่ๆ แล้วมาลองกับคนไข้ดู
แม่ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ผ่านมาอาการก็ดีขึ้นๆ เพิ่งจะมีอาการปวดหัวกลับมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว
เฮ้อ....สู้ต่อไปนะแม่ รักนะ จุ้บๆ
แต่ร้านยังไม่เสร็จเรย ..... คนเช่าเดิมก็รื้อประตูกระจกสีๆ และแผงเหล็กไปโม้ดดดด
เหลือแต่ห้องโล่งๆ แถมไม่มีประตู
ย่ำค่ำก็ต้องใช้แผงไม้อัดมากั้นทำเป็นประตู น่าอนาจหนอ
วันนี้จริงๆแล้วช่างต้องมาทำประตูม้วนให้ก่อน
แต่แกโทรมาขอเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ เพราะวันนี้ฝนตก
เอ่อ... ถ้าพรุ่งนี้ตกจะเลื่อนอีกไหมลุง.....
ส่วนด้านในเจ้าของตึกก็ให้ช่างมาเก็บสายไฟ เดินท่อน้ำ ทำพื้น
และอื่นๆ อีกมากมายก่ายกอง
เยอะดี สนุกจัง
คุณนงเยาว์ก็เข้าโรงแรม เอ้ย โรงพยาบาล
นอนหยอดยาไปตามที่หมอกำหนด ปรับสมดุลย์ในร่างกายให้เหมาะสม
เวลาคนถามว่าแม่เป็นอะไรถึงได้เข้าโรงพยาบาล
ก็ต้องบอกว่าเป็นโรค MS คนฟังก็งงต่อไป ว่ามันเป็นโรค ห่_น อะไร
อาการเหมือนโดนไฟช็อตอยู่ตลอดเวลา
บ้างก็สันนิษฐานว่าเป็นเพราะความเครียดหรือเปล่า
บ้างก็ว่าเป็นเพราะอาหารการกินไม่ดีหรือเปล่า
อันนี้หมอก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร
ได้แต่ติดตามงานวิจัยใหม่ๆ แล้วมาลองกับคนไข้ดู
แม่ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ผ่านมาอาการก็ดีขึ้นๆ เพิ่งจะมีอาการปวดหัวกลับมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว
เฮ้อ....สู้ต่อไปนะแม่ รักนะ จุ้บๆ
Tuesday, May 05, 2009
ก่อร่างสร้างร้าน
ช่วงนี้ไปทางไหนก็เจอแต่คนบ่นโลกร้อน เข้าฝน หวัดก็ระบาด
เศรษฐกิจก็ทรุดหนัก แถมการเมืองยังไม่นิ่ง
ฟังดูแย่ยังไงก็ไม่รู้....
เมืองไทยกำลังโดนวิกฤต ถ้าเราไม่ทำอะไรกับวิกฤตินี้ อะไรมันก็ไม่ดีขึ้น
อีฉันเลยสวนกระแส ช่วงที่คนเลิกลงทุน เราก็มาลงทุนทำอะไรกันดีกว่า...
แต่น แตน แต๊นนนนนนน
พอดี๊ พอดี ผีดลใจ ทำให้คิดอยากเปิดร้านเล็กๆกับเค้าบ้าง เพื่อใช้เป็นหน้าร้านของที่บ้าน
เร่าๆ อยากเปิดตั้งแต่สองปีที่แล้ว ที่แรกที่ไปดูเมื่อสองปีที่แล้ว คือตรงข้ามโรงหนังแสงตะวัน
ที่เปิดโครงการใหม่ แต่ก็ต้องล้มเลิกไป เพราะดูท่าคงมีแต่ผีและวิญญาณเท่านั้นที่กล้ามาเดิน
แถมกูรูบินด่วนมาจาก ตปท ทักท้วงว่าไม่ควรเป็นอันขาด จิ้งจกทักยังต้องหยุด นี่คนทั้งคนทัก ก็หยุดชะงักเลย
ต่อมาพี่ชมรมบอกว่ามีเพื่อนอยากเซ้งบูทที่กาแลไนท์บาร์ซ่าร์ แต่ลองไปดูแล้ว ค่าเช่าแพงมหาศาล เทียบกับพื้นที่ที่จะได้ เศร้าจิต เลยถอย
ในที่สุดเหมือนดวงจะเข้าข้าง วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเจ้าคุณพ่อไปบ้านเพื่อนที่เป็นอาจารย์เพื่อไปถ่ายรูป
คอลเลคชั่นผ้าโบราณ คุยไปคุยมาเค้าก็เลยถามว่าอยากเปิดร้านมั้ย เค้ามีตึกว่างอยู่หลังนึง คนเช่าเดิมหมดสัญญา แล้วไม่ติดต่อมา ตรงถนนนิมมานซอย 1 .......
อีฉันกรี๊ดเลยค่า.......ตอบตกลงในใจแต่ไม่แสดงออก พอไปดู ปรากฏว่าเป็นตึกที่เราเคยผ่านไปผ่านมาแล้วนึกในใจเสมอว่า ถ้าเราได้เปิดร้านตรงนี้ท่าจะดี ^_^ ฝันกำลังจะเป็นจริงแล้ว 555
ด่านที่โหดที่สุด คือทำอย่างไรท่านพ่อจะยินยอม แต่ผิดคาด ท่านพ่อยอมซะงั้น แต่ไม่ออกตังค์
แป่ว......
ตึกที่จะเป็นว่าที่ร้านของเรา พอเข้าไปดูข้างใน ก็อึ้ง ค่ะ อึ้ง.... เต็มไปด้วยสิ่งของของเจ้าของเดิมที่เคยเช่าก่อนหน้านี้ที่เก็บไว้ตรึม แถมด้วยการทุบพังกำแพงทุกชั้นให้เปิดโล่ง พื้นที่ปูกระเบื้องโดนกระเทาะออก บันไดโดนกระเทาะจนแทบไม่เหลือภาพบันได ไฟ น้ำ กลายเป็นสายระโยงระยางไปทั่ว..... เจ้าของเดิมคงตั้งใจทำเป็น gallery แต่ยังไม่ทันทำ สัญญาหมดเสียก่อน แล้วเป็นอะไรที่พอดี ตอนนี้ตกลงจะเช่าแล้ว หัวใจพองโต แต่คงต้องทำอะไรกันอีกเยอะแยะ....อย่างน้อยก็เตรียมความพร้อมของลุงๆ ทีมงาน ว่าต่อไปนี้ งานที่ทำ ก็จะมีที่ขายเพิ่มขึ้นอีกที่นึง เพราะที่ตรงนี้ อย่างน้อยก็คงเป็นอีกที่นึง ที่ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้เกิดศิลปินหน้าใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จัก...ขอฝันหวานก่อนนะ แล้วฝันจะเป็นจริง....


เศรษฐกิจก็ทรุดหนัก แถมการเมืองยังไม่นิ่ง
ฟังดูแย่ยังไงก็ไม่รู้....
เมืองไทยกำลังโดนวิกฤต ถ้าเราไม่ทำอะไรกับวิกฤตินี้ อะไรมันก็ไม่ดีขึ้น
อีฉันเลยสวนกระแส ช่วงที่คนเลิกลงทุน เราก็มาลงทุนทำอะไรกันดีกว่า...
แต่น แตน แต๊นนนนนนน
พอดี๊ พอดี ผีดลใจ ทำให้คิดอยากเปิดร้านเล็กๆกับเค้าบ้าง เพื่อใช้เป็นหน้าร้านของที่บ้าน
เร่าๆ อยากเปิดตั้งแต่สองปีที่แล้ว ที่แรกที่ไปดูเมื่อสองปีที่แล้ว คือตรงข้ามโรงหนังแสงตะวัน
ที่เปิดโครงการใหม่ แต่ก็ต้องล้มเลิกไป เพราะดูท่าคงมีแต่ผีและวิญญาณเท่านั้นที่กล้ามาเดิน
แถมกูรูบินด่วนมาจาก ตปท ทักท้วงว่าไม่ควรเป็นอันขาด จิ้งจกทักยังต้องหยุด นี่คนทั้งคนทัก ก็หยุดชะงักเลย
ต่อมาพี่ชมรมบอกว่ามีเพื่อนอยากเซ้งบูทที่กาแลไนท์บาร์ซ่าร์ แต่ลองไปดูแล้ว ค่าเช่าแพงมหาศาล เทียบกับพื้นที่ที่จะได้ เศร้าจิต เลยถอย
ในที่สุดเหมือนดวงจะเข้าข้าง วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเจ้าคุณพ่อไปบ้านเพื่อนที่เป็นอาจารย์เพื่อไปถ่ายรูป
คอลเลคชั่นผ้าโบราณ คุยไปคุยมาเค้าก็เลยถามว่าอยากเปิดร้านมั้ย เค้ามีตึกว่างอยู่หลังนึง คนเช่าเดิมหมดสัญญา แล้วไม่ติดต่อมา ตรงถนนนิมมานซอย 1 .......
อีฉันกรี๊ดเลยค่า.......ตอบตกลงในใจแต่ไม่แสดงออก พอไปดู ปรากฏว่าเป็นตึกที่เราเคยผ่านไปผ่านมาแล้วนึกในใจเสมอว่า ถ้าเราได้เปิดร้านตรงนี้ท่าจะดี ^_^ ฝันกำลังจะเป็นจริงแล้ว 555
ด่านที่โหดที่สุด คือทำอย่างไรท่านพ่อจะยินยอม แต่ผิดคาด ท่านพ่อยอมซะงั้น แต่ไม่ออกตังค์
แป่ว......
ตึกที่จะเป็นว่าที่ร้านของเรา พอเข้าไปดูข้างใน ก็อึ้ง ค่ะ อึ้ง.... เต็มไปด้วยสิ่งของของเจ้าของเดิมที่เคยเช่าก่อนหน้านี้ที่เก็บไว้ตรึม แถมด้วยการทุบพังกำแพงทุกชั้นให้เปิดโล่ง พื้นที่ปูกระเบื้องโดนกระเทาะออก บันไดโดนกระเทาะจนแทบไม่เหลือภาพบันได ไฟ น้ำ กลายเป็นสายระโยงระยางไปทั่ว..... เจ้าของเดิมคงตั้งใจทำเป็น gallery แต่ยังไม่ทันทำ สัญญาหมดเสียก่อน แล้วเป็นอะไรที่พอดี ตอนนี้ตกลงจะเช่าแล้ว หัวใจพองโต แต่คงต้องทำอะไรกันอีกเยอะแยะ....อย่างน้อยก็เตรียมความพร้อมของลุงๆ ทีมงาน ว่าต่อไปนี้ งานที่ทำ ก็จะมีที่ขายเพิ่มขึ้นอีกที่นึง เพราะที่ตรงนี้ อย่างน้อยก็คงเป็นอีกที่นึง ที่ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้เกิดศิลปินหน้าใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จัก...ขอฝันหวานก่อนนะ แล้วฝันจะเป็นจริง....

ด้านหน้าร้าน กระจกสีๆ เหมือนโบสถ์ ...

Monday, March 30, 2009
แอร์กี่
ไม่ยักรู้ว่าช่วงนี้เข้าหน้าร้อน....
เพิ่งรู้ตัวว่าอากาศร้อนเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง
เพราะที่บ้านมันเย็นสบายยยยยย เพราะต้นไม้เยอะ
ไม่ได้ออกไปไหนช่วงกลางวันนานมากๆ
เพราะขี้เกียจ ประกอบกับงานเยอะ
พอออกไปที ตื่นตะลึงกับอากาศร้อน....
มันร้อนจริงๆแฮะ
บ้านอีฉันไม่มีแอร์ เพราะอยู่บ้านนอก
คนแถวนี้ ถ้าบ้านใครติดแอร์คอนดิชั่นจะถูกหาว่ากระแดะทำตัวเป็นไฮโซทันที
แถมรู้กันโดยทั่ว ว่าเสียค่าไฟเดือนละเท่าไหร่
ชาวบ้านที่นี่ มักจะรู้เรื่องของเพื่อนบ้านไปหมดทุกเรื่อง
โดยเฉพาะเพื่อนบ้านฉัน ที่ยึดอาชีพแม่ค้าหวย (เถื่อน)
เหมือนป้าติ๋มทีวีพูล ที่ใช้สโลแกนเดียวกัน
"รู้ไปหมด แม้แต่มดเป็นเมนส์"
ด้วยอาชีพ ทำให้แกสามารถซอกแซกเข้านอกออกในได้ทุกบ้าน
จะเจอแกบ่อยมาก ทุกวันที่ 1 กับ 16 ของเดือน
ก็เลยรู้กันว่า เดี๋ยวนี้หมู่บ้านของอีฉัน มีบ้านประมาณ 4-5 หลังที่ติดแอร์
แต่ใช้กันอยู่ประมาณ 3 หลัง
ที่เหลือ ติดเพื่อความเท่ห์ ให้เข้ากับบ้านแบบใหม่ และไม่เคยเปิดใช้เลย
(แบบบ้านเชิงเสียดสีว่าสถาปัตยกรรมแบบดอกคำใต้)
เพราะไม่อยากจ่ายค่าไฟ และทนความเย็นไม่ได้ เปิดพัดลมดีกว่า
จริงๆแล้วน่าจะเป็นเรื่องดี ที่โลกใบนี้จะได้ไม่ร้อนขึ้นไปมากว่านี้
แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้าคนเมืองหลวง ช่วยกันทนร้อนไปสัก 1 ปี
หมายถึง 1 ปี จริงๆ ทนปิดแอร์ไปก่อน แล้วนอนเปิดพัดลม
โลกเราจะเย็นขึ้นอีกแค่ไหนนะ
แต่พออิฉันไปกรุงเทพทีไร ถ้าที่นอนไม่เปิดแอร์ก็อยู่บ่ได้
มันร้อนตับแตก ผิวบางๆของอีฉันไม่ทนต่ออากาศร้อนและมลพิษ
สมแล้วที่อยู่บ้านนอกคอกนา....
สงสัยต้องใช้ความเป็นแอร์กี่ในตัว แทนแอร์คอนฯ ซะแร้น
จุ้บๆ
เพิ่งรู้ตัวว่าอากาศร้อนเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง
เพราะที่บ้านมันเย็นสบายยยยยย เพราะต้นไม้เยอะ
ไม่ได้ออกไปไหนช่วงกลางวันนานมากๆ
เพราะขี้เกียจ ประกอบกับงานเยอะ
พอออกไปที ตื่นตะลึงกับอากาศร้อน....
มันร้อนจริงๆแฮะ
บ้านอีฉันไม่มีแอร์ เพราะอยู่บ้านนอก
คนแถวนี้ ถ้าบ้านใครติดแอร์คอนดิชั่นจะถูกหาว่ากระแดะทำตัวเป็นไฮโซทันที
แถมรู้กันโดยทั่ว ว่าเสียค่าไฟเดือนละเท่าไหร่
ชาวบ้านที่นี่ มักจะรู้เรื่องของเพื่อนบ้านไปหมดทุกเรื่อง
โดยเฉพาะเพื่อนบ้านฉัน ที่ยึดอาชีพแม่ค้าหวย (เถื่อน)
เหมือนป้าติ๋มทีวีพูล ที่ใช้สโลแกนเดียวกัน
"รู้ไปหมด แม้แต่มดเป็นเมนส์"
ด้วยอาชีพ ทำให้แกสามารถซอกแซกเข้านอกออกในได้ทุกบ้าน
จะเจอแกบ่อยมาก ทุกวันที่ 1 กับ 16 ของเดือน
ก็เลยรู้กันว่า เดี๋ยวนี้หมู่บ้านของอีฉัน มีบ้านประมาณ 4-5 หลังที่ติดแอร์
แต่ใช้กันอยู่ประมาณ 3 หลัง
ที่เหลือ ติดเพื่อความเท่ห์ ให้เข้ากับบ้านแบบใหม่ และไม่เคยเปิดใช้เลย
(แบบบ้านเชิงเสียดสีว่าสถาปัตยกรรมแบบดอกคำใต้)
เพราะไม่อยากจ่ายค่าไฟ และทนความเย็นไม่ได้ เปิดพัดลมดีกว่า
จริงๆแล้วน่าจะเป็นเรื่องดี ที่โลกใบนี้จะได้ไม่ร้อนขึ้นไปมากว่านี้
แอบคิดเล่นๆ ว่าถ้าคนเมืองหลวง ช่วยกันทนร้อนไปสัก 1 ปี
หมายถึง 1 ปี จริงๆ ทนปิดแอร์ไปก่อน แล้วนอนเปิดพัดลม
โลกเราจะเย็นขึ้นอีกแค่ไหนนะ
แต่พออิฉันไปกรุงเทพทีไร ถ้าที่นอนไม่เปิดแอร์ก็อยู่บ่ได้
มันร้อนตับแตก ผิวบางๆของอีฉันไม่ทนต่ออากาศร้อนและมลพิษ
สมแล้วที่อยู่บ้านนอกคอกนา....
สงสัยต้องใช้ความเป็นแอร์กี่ในตัว แทนแอร์คอนฯ ซะแร้น
จุ้บๆ
Subscribe to:
Posts (Atom)



